February 23, 2020
7 วิธีล้างหน้าแบบผิดๆ

7 วิธีล้างหน้าแบบผิดๆ ที่นำไปสู่ความหายนะของผิว

หลายคนอาจกำลังกังวลและกลัดกลุ้มกับปัญหาผิวว่าทั้งๆ ที่ดูแลรักษาเป็นอย่างดี แต่ทำไมผิวก็ยังมีปัญหาและยิ่งดิ่งลงเหวลงไปเรื่อยๆ สร้างความกลุ้มอกกลุ้มใจเพิ่มความเครียดเข้าไปอีก คราวนี้ผิวหน้าก็ยิ่งเยินเข้าไปอีกด้วยเช่นกัน หากคุณกำลังประสบปัญหาเหล่านี้อยู่ ลองย้อนดูว่าวิธีการปฏิบัติต่อผิวของเราเป็นอย่างไร เราพลาดตรงไหนรึเปล่า ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่เรามองข้ามไปอย่างไม่รู้ตัวโดยเฉพาะวิธีล้างหน้าที่หลายคนยังคงล้างหน้าอย่างผิดวิธี ซึ่งเราจะมาชี้ให้เห็นว่าการล้างหน้าแบบไหนที่ทำให้ผิวเรายิ่งแย่ และหากตรงกับสิ่งที่คุณกำลังปฏิบัติอยู่ ก็ขอแนะนำให้เลิกอย่างรวดเร็ว

1.ใช้น้ำอุ่นล้างหน้า

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้น้ำอุ่นล้างหน้า ตามความเชื่อที่ว่าน้ำอุ่นจะช่วยในการเปิดรูขุมขนและสามารถทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึกทำให้ไม่เป็นสิว ขอให้ลบความเชื่อนั้นไปเลย เพราะการใช้น้ำอุ่นล้างหน้ายิ่งทำให้ผิวแห้งได้ง่าย เนื่องจากน้ำอุ่นจะไปชะล้างน้ำมันที่คอยหล่อเลี้ยงผิวให้มีความสมดุลออกไป จึงทำให้ผิวเสียสมดุล ดังนั้นเราควรใช้น้ำเปล่าที่มีอุณหภูมิธรรมดาในการล้างหน้าจะดีกว่า

2.ล้างหน้าบ่อยเกินไป

หลายคนชอบล้างหน้าบ่อย โดยเฉพาะคนที่มีผิวหน้ามัน เพราะเชื่อว่าการล้างหน้าบ่อยทำให้หน้าไม่มัน แต่รู้หรือไม่ว่าการล้างหน้าบ่อยๆ จะยิ่งทำให้ผิวหน้าแห้ง และผิวหน้าก็จะยิ่งผลิตน้ำมันออกมามากกว่าเดิม ทำให้หน้ามันมากขึ้น เจ้าสิวก็จะตามมาได้ง่าย ทางที่ดีควรล้างหน้าแค่วันละ 2 ครั้ง แค่ตอนเช้ากับตอนเย็นก็เพียงพอแล้ว

3.ล้างหน้าหลังออกกำลังกายทันที

หลายคนเวลาออกกำลังกายเสร็จรีบไปล้างหน้าทันที เพราะเกรงว่าทั้งความร้อนและความที่หน้ามันจะทำให้เกิดสิว โดยหารู้ไม่ว่าเวลาออกกำลังกายเหนื่อยๆ มา เหงื่อบริเวณใบหน้าก็ออกมามากและเหงื่อในรูขุมขนยังออกมาไม่หมดเมื่อเราไปล้างหน้าทันทีจะทำให้รูขุมขนบนใบหน้าหดลง ทำให้รูขุมขนอุดตันได้ กลายเป็นสาเหตุหลักเลยที่ทำให้เกิดสิวอุดตันได้ง่ายๆ นั่นเอง

4.ใช้ผ้าเช็ดหน้าแรงๆ อย่างรวดเร็ว

หากคุณเป็นคนที่เช็ดหน้าแรงๆ อย่างรวดเร็ว ขอให้เลิกพฤติกรรมนี้ไปเลย เพราะเป็นการทำร้ายผิวนั่นเอง เนื่องจากการถูหรือการเช็ดหน้าแรงๆ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้ เพราะผิวที่เป็นสิวอยู่แล้วจะตอบสนองไวกว่าปกติ หากโดนกระตุ้นบ่อยก็จะทำให้สิวลุกลามไปได้มากขึ้น และยังทำให้เกิดสิวผดได้อีกด้วย ทางที่ดีควรใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษสำหรับเช็ดหน้าโดยเฉพาะ โดยซับเบาๆ ด้วยความนุ่มนวลและไม่ควรใช้ผ้าผืนเดียวกับผ้าเช็ดตัว ควรแยกผ้าสำหรับเช็ดหน้าออกมาโดยเฉพาะ ไม่ใช้รวมกับผ้าเช็ดตัว เพื่อความสะอาดของผิวหน้าโดยตรง

5.ล้างหน้ากับฝักบัว

หลายคนชอบใช้ฝักบัวจ่อกับใบหน้าเพื่อล้างหน้า แต่รู้ไหมว่าน้ำที่ออกจากฝักบัวมามีความแรงมาก ซึ่งจะทำให้ความมันบนใบหน้าถูกล้างออกไปหมด ซึ่งเป็นผลเสียเป็นอย่างมากโดยเฉพาะกับคนผิวแห้ง เพราะจะทำให้น้ำมันบนใบหน้าถูกชะล้างอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผิวแห้งเพิ่มยิ่งขึ้น ดังนั้น เราควรล้างหน้าด้วยการใช้มือลูบไล้กับน้ำสะอาดเบาๆ ก็เพียงพอแล้ว

6.ใช้โฟมล้างหน้าแบบมีเม็ดสครับ

โดยเฉพาะคนที่เป็นสิว ควรหลีกเลี่ยงโฟมล้างหน้าแบบนี้โดยเด็ดขาด เพราะการขัดผิวหรือการสครับผิวหน้าจะยิ่งไปกระตุ้นสิวบนใบหน้า ให้เกิดการระคายเคืองและเกิดสิวอักเสบได้ง่าย จำไว้ว่าการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวจึงจะทำให้ผิวของเราปลอดภัยสวยใสได้

7.ใช้โทนเนอร์เช็ดหน้า

หลังจากล้างหน้าคนส่วนใหญ่เชื่อว่าการใช้โทนเนอร์เช็ดหน้าจะทำให้ผิวหน้าสะอาดล้ำลึกยิ่งขึ้น แต่การใช้โทนเนอร์นั้นไม่ได้เหมาะกับทุกสภาพผิวโดยเฉพาะสำหรับคนที่เป็นสิว การใช้โทนเนอร์ถือว่าไม่มีความจำเป็นเลย เพราะแค่การเช็ดด้วยคลีนซิ่งก่อนล้างหน้าก็ถือว่าเพียงพอแล้ว เนื่องจากในโทนเนอร์มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือสารเคมีต่างๆ อยู่ด้วย ซึ่งคนที่เป็นสิว ผิวหน้าจะระคายเคืองได้ง่าย หากลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ถูกต้อง เราก็จะพบว่าการดูแลผิวไม่ได้ยากอย่างที่คิดแต่อย่างใดเลย

หากคุณกำลังประสบปัญหาผิวอยู่ ลองปรับพฤติกรรมในการทำความสะอาดผิวหน้าดูใหม่นะคะ และหากคุณเจอว่ามีข้อไหนที่ตรงกับพฤติกรรมในการทำความสะอาดหน้าของคุณอยู่ ลองหยุดและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการล้างหน้าของคุณดู เชื่อว่าปัญหาผิวของคุณจะลดลงอย่างแน่นอน การทำความสะอาดหน้าที่ถูกวิธีย่อมส่งผลให้ผิวของเราสะอาด ผิวสวยสดใสและห่างไหลจากปัญหาสิวกวนใจได้อย่างแน่นอน