November 21, 2019

พิธีแต่งงานแบบจีน

พิธีแต่งงานแบบจีน

หันหน้าไปทางไหน ก็มีอาหมวยอาตี๋ให้เห็นอยู่ทั่วไป คำว่าจีนพี่ ไทยน้องไม่ผิดจากปากผู้ใหญ่นัก แต่ถึงแม้จะใกล้ชิดสนิทเชื้อกันแค่ไหน เมื่อว่ากันเรื่องพิธีแต่งงานตามประเพณีจีนที่ถูกต้องก็เล่นเอามึนตึบไปหลาย นาทีเหมือนกัน WE จึงเชิญ คุณจิตรา ก่อนันทเกียรติ ผู้ซึ่งนิยมเรียกตัวเองว่า “นักสะสมความรู้เรื่องจีน” มาให้คำแนะนำ

ธรรมเนียมแปลว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่นิยมทำ สำหรับธรรมเนียมการแต่งงานแบบจีนนั้นเป็นตัวอย่างธรรมเนียมที่มีการปรับไป เรื่อยๆ ตามยุคสมัยและความนิยม แล้วแต่สถานะภาพของทั้งฝ่ายหญิงและชาย

มาถึงยุคนี้ ถามว่าคนแซ่เดียวกันแต่งงานกันเองได้ไหม…ตราบใดที่ไม่ใช่พี่น้อง ไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้องก็หยวนๆ แต่งงานกันได้ ไม่เป็นไร เพราะแต่ละสกุลเริ่มใหญ่ขึ้น หรือบางสกุลใหญ่มาก ไล่นับญาติกันแทบไม่ถูก

พิธีแต่งงานแบบจีน

ธรรมเนียมถูกปรับอยู่ตลอดเวลา
จากประสบการณ์การเป็นพิธีกรในงานแต่งงานแบบจีนมาไม่น้อย บอกได้เลยว่าใน 10 ครั้ง ต้องมี 9 ครั้งที่แตกต่าง เพราะธรรมเนียมต้องปรับไปเรื่อยตามยุคสมัย ถ้ายังเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ก็คงไม่มีใครตำหนิ อย่างเช่นเรื่องการเตรียมขนมหวานบอกว่าบางบ้านต้องมี 5 สี 5 อย่าง บางบ้านต้องมี 4 สี 4 อย่าง ส่วนถ้าถามว่าบ้านไหนถูก คุณจิตราบอกว่าขอให้มีขนมก็แล้วกัน

สมัยก่อนหมั้นก่อนเป็นเดือนแล้วค่อยแต่ง เดี๋ยวนี้หมั้นเช้าแต่งเย็น แถมมีแบบไม่หมั้นแต่แต่งเลยก็มี บางยุคพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาวเตรียมข้าวของของหมั้นให้เยอะมากจนถึงโลงศพก็มี เพื่อไม่ให้ฝ่ายชายมาดูถูกลูกสาวเขาได้ว่าพ่อแม่ไม่ดูแลรับผิดชอบ แต่ปัจจุบันไม่ต้องทำถึงขนาดนั้น

เรื่องไหนห้ามผิด เรื่องไหนห้ามขาด คุณจิตราบอกว่า
ทุกวันนี้การจัดงานแต่งงานไม่ว่าแบบจีน แบบไทย แบบคริสต์ ล้วนมีมีออร์แกนไนเซอร์เข้ามาเป็นคนกลางจัดให้เสร็จสรรพ บางครั้งคนเหล่านี้ไม่รู้จักธรรมเนียมที่แท้จริง หยิบธรรมเนียมจีนมาผสมกับของไทยให้มั่ว เคยไปบางงานติดตัวหนังสือซังฮี่กลับหัวกลับหางก็ไม่มีใครรู้ แต่เรื่องแบบนี้ไม่รู้ก็แล้วไป แต่ถ้ามีคนรู้แล้วทักต้องจัดให้ถูกต้อง เพราะวันมงคลไม่มีใครต่อว่ากัน ตามคำจีนที่เขาบอกไว้ว่าก่วยๆ หยวนๆ แปลว่าง่ายๆ ไม่เป็นไร

เพราะฉะนั้นในวันแต่งงานไม่มีคำว่า ‘ผิดไม่ได้’ มีแต่สิ่งที่ห้ามขาด อย่างเช่น ต้องมีสีแดง มีสีทองเยอะๆ และทุกอย่างต้องเป็นเลขคู่ ห้ามขาดเลข 4
สำหรับสินสอดทองหมั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร มีก็ดี ไม่มีก็ไม่ผิด เพราะตราบใดที่ช่วยกันทำมาหากินก็รวยได้ บางคนสินสอดเยอะแยะแต่จัดการเรื่องเงินเรื่องทองไม่ลงตัว เลิกกันก็เยอะแยะ

หัวใจหลักของการแต่งงานแบบจีน
สิ่งสำคัญของการแต่งงานไม่ใช่เรื่องของการเตรียมสิ่งของให้พร้อม แต่อยู่ที่การให้เกียรติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายมากกว่า ควรถามญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายว่าอยากเห็นอะไรในธรรมเนียมจีน สิ่งไหนที่อยากให้ทำเพื่อความสบายใจบ้าง ถ้าฝ่ายหญิงมีอาม่า มักมีธรรมเนียมค่าน้ำนมข้าวป้อน หรืออั่งเปาค่าน้ำนม เพราะเคยช่วยเลี้ยงหลานคนนี้มา หรือถ้าอาม่าอยากให้มี “โหงวเจ๋งจี้” หรือท่านอยากเห็นเอี๊ยมแดง ก็จัดให้ท่าน จะได้เลี่ยงการตอบคำถามว่าทำไมถึงไม่มี

สิ่งที่อาม่าเคยเห็น และฝังใจว่าดี ถ้าอีกฝ่ายไม่ทำตามนั้น อาม่าอาจเกิดความรู้สึกอคติกับอีกฝ่ายก็ได้ เพราะการที่คนสองคนแต่งงานกันไม่ได้แต่งแค่สองคน แต่เป็นการรวมสองครอบครัวเข้าด้วยกัน ยิ่งวิถีชีวิตของคนจีนถูกสอนให้ผูกพันและกตัญญูกับผู้ใหญ่ อะไรที่ทำแล้วท่านไม่ชอบ ก็เลี่ยงไปดีกว่า ส่วนอะไรที่ทำแล้วได้คะแนน ทำแล้วได้ดีเข้าตัว เกิดความสบายใจกันทุกฝ่าย ก็ควรทำ

สถานที่จัดพิธีแต่งงาน

ไม่มีตำราระบุว่าที่ไหนดีกว่าหรือจัดที่ไหนไม่ดี อยู่ที่จำนวนเงินในกระเป๋า ถ้าเงินน้อยจัดที่บ้านดีที่สุด แต่ถ้าคิดว่าในบ้านมีปัญหาอย่างเช่นมี 2 แม่ หรือมีพี่น้องคนละแม่ที่พร้อมจะป่วนในงาน เลือกจัดที่โรงแรมก็ไม่ผิดอะไร

ปัจจุบันนิยมจัดในโรงแรมกันมากขึ้น เพราะเลี่ยงปัญหาเรื่องที่จอดรถ เรื่องห้องน้ำ และเป็นการเลี่ยงการเดินทางที่เสี่ยงกับรถติดและการเกิดอุบัติเหตุ เพราะเคยมีเหตุการณ์รถเจ้าบ่าวเกิดอุบัติเหตุมาไม่ทันฤกษ์ก็มี

ข้อดีอีกอย่างของการจัดในโรงแรมก็คือ สะดวกเรื่องการจัดเลี้ยงเพราะไม่ต้องเก็บกวาด ล้างจานเอง แต่คนที่จัดตามบ้านก็ยังมีอยู่ แต่จำนวนแขกคงไม่มากนัก แล้วค่อยไปเลี้ยงที่โรงแรมหรือตามสโมสรก็แล้วแต่

รู้แนะนำ ของแต่งงานแบบจีน มีแหล่งให้เลือกซื้อตั้งแต่บริเวณวัดเล่งเน่ยยี่เรื่อยไปจนถึงเยาวราช แต่เวลาไปบอกเคล็ดลับให้ว่า บอกคนขายก่อนเลยว่ามีงบเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นจะโดนแพ็กเกจฟลูออฟฟชั่น ได้ของเกินความจำเป็น ส่วนผักมงคลต้องซื้อที่ตลาดน้อยสัมพันธวงศ์ รับรองมีครบ ผู้ดำเนินการในงานไม่จำเป็นต้องเป็นผู้รู้จริง แต่ถ้าอยากได้ผู้รู้ หรืออยากจ้างคุณจิตราไปดำเนินการให้ เธอกระซิบบอกค่าตัวว่ารับค่าจ้างเป็นเลข 4 หลักเพราะเป็นตัวเลขมงคลของธรรมเนียมการแต่งงานแบบจีน ส่วนในเลข 4 หลักจะระบุเป็นเลขอะไรบ้างนั้น ต้องคุยกัน

ได้รับคำชี้แนะจากผู้อาวุโสผู้สะสมความรู้เรื่องจีนกันแล้ว ในฐานะศิษย์เอกอย่าง WE ขอถ่ายทอดตำราว่าด้วยการแต่งงานแบบจีนฉบับคร่าวๆ ให้ได้ทราบกันเริ่มจาก…

ดูฤกษ์ยามดี

ไม่ว่าจีนหรือไทยเมื่อจะเริ่มต้นเรื่องมงคลทั้งที ฤกษ์ยามมงคลเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ เพราะลำดับขั้นของคนจีนเริ่มจากการสู่ขอเหมือนของคนไทย แล้วให้ผู้ใหญ่ฝ่ายชายเอาดวงของ ทั้งคู่รวมถึงดวงของพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายให้ซินแสทำการ “ซึ้งเมี้ย” (ผูกดวง) เมื่อได้ฤกษ์ยามดีมาแล้ว ฝ่ายชายจะทำการ “ทงใจ๋” คือส่งข่าวรายละเอียดให้ฝ่ายหญิงทราบ ว่าต้องตัดผม ตัดชุดแต่งงาน วันไหนเวลาอะไร เพราะดวงที่ซินแสให้มานั้นจะระบุละเอียดตั้งแต่ฤกษ์แต่งงาน ฤกษ์แต่งหน้าทำผม ฤกษ์ตัดชุด ฤกษ์เข้าหอ และบางครั้งจะมีฤกษ์คลอดลูกมาให้เสร็จสรรพ

เจ้าสาว-เตรียมของออกเรือน

เพื่อไม่ให้ฝ่ายเจ้าบ่าวว่าได้ว่าเจ้าสาวมาแต่ตัว ต้องมีของติดมือไปบ้างตามฐานะ ที่ขาดไม่ได้คือเอี๊ยมแต่งงาน ทำจากผ้าแพรสีแดงตรงกลางเป็นกระเป๋าปักตัวหนังสือ “แป๊ะนี้ไห่เล่า” แปลว่าอยู่กินกันเป็น 100 ปี ในกระเป๋าใส่ “โหงวเจ๋งจี้” เมล็ดพืช 5 อย่าง ห่อกระดาษแดงเสียบปิ่นทอง มีต้นชุงเฉ้า (หน้าตาเหมือนต้นกุยฉ่าย) 2 ต้นเสียบให้ปลายโผล่ขึ้นมา
หากเจ้าสาวมีฐานะดีจะผูกเอี๊ยมด้วยสร้อยคอทองคำ (คุณจิตราแนะนำว่าเศรษฐกิจอย่างปัจจุบันนี้ ใช้ทองปลอมก็ได้ ไม่มีใครว่า)

ติดตามอ่านเนื้อหาต่อได้ในคอลัมน์ wedding Ideas นิตยสาร WE

 http://www.we-mag.com