November 21, 2019

จัดงานแต่งงาน อย่างไร ให้ประหยัดแถมได้กำไร

จัดงานแต่งงาน อย่างไร ให้ประหยัดแถมได้กำไร

เมื่อความรักกับเงินในกระเป๋าเดินสวนทางกัน คุณจะเลือกจัดงานแต่งงานแบบหน้าใหญ่ประเภทขี่ช้างจับตักแตนแล้วนั่งเกี่ยง กันชำระค่างวดหลังแต่งงาน หรือจะเลือกจัดงานแต่งงานแบบพอเพียง แล้วชื่นมื่นกับซองช่วยงานที่ช่วยให้คุณเริ่มต้นชีวิตคู่ได้อย่างเพียงพอ เพราะเหตุผลที่แท้จริงของการแต่งงานคือ การให้เกียรติคุณพ่อคุณแม่ของทั้งสองฝ่าย และเพื่อให้คนรู้จักได้รับทราบว่าเราแต่งงานอยู่กินกันอย่างถูกต้องและเปิด เผย

การจัดงานแต่งงานจึงเป็นเรื่อง ของคู่แต่งงานที่แทบไม่ได้ส่งผลอะไรกับแขกที่มาร่วมงานสักเท่าไหร่ ต่อให้จัดงานให้หรูหราฟุ่มเฟือยสักแค่ไหน ไม่ทันข้ามวัน หรืออย่างดีก็พูดถึงไม่เกิน 2 วันแขกก็ลืมไปแล้วว่าบรรยากาศในงานเป็นอย่างไรรู้อย่างนี้แล้วจะจ่าย แพงกว่า (เพื่อหวังเอาใจแขก) ไปทำไม ในยุคข้าวของแพงเช่นนี้ ดังนั้นจึงรวบรวมสารพัดวิธีรัดเข็มขัดให้คุณจัดงานแต่งงานแบบประหยัดและมี กำไรติดกระเป๋าด้วยอีกต่างหาก

1. รีบแต่งงานก่อนคุณพ่อคุณแม่ แซยิด (อายุ 60 ปี)
แต่งงานในช่วงที่คุณพ่อคุณแม่ยังทำ งานอยู่ดีที่สุด ยิ่งถ้าคุณพ่อคุณแม่ทำงานในสายราชการ รัฐวิสาหกิจยิ่งต้องรีบ เพราะส่วนใหญ่คุณพ่อคุณแม่ที่ยังทำงานอยู่ในหน่วยงานของรัฐบาลจะมีอายุงาน เกิน 10 ปีขึ้นไปแทบทั้งนั้น และตลอดช่วงเวลาที่ทำงานมา ท่านคงสนับสนุนใส่ซองช่วยงานเพื่อนๆไว้ไม่มากก็น้อย และตามธรรมเนียมคนไทย เมื่อเราใส่ซองช่วยงานใครไว้เท่าไหร่ เวลาเราจัดงานเขาจะใส่ซองกลับมาให้มากกว่าที่เราเคยใส่เล็กน้อย และที่ต้องรีบแต่งก่อนท่านเกษียรณก็เพราะสะดวกในการแจกซอง และตามเก็บซองคนที่มาร่วมงานไม่ได้ในวันถัดไปได้แบบไม่เขินเท่ากับตอนที่ เกษียรณไปแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นอานิสงส์ที่ทำให้ลูกหลานยิ้มแก้มปริ เมื่อเห็นจำนวนแขก และจำนวนซองที่ได้รับ และเป็นที่มาว่าทำไมเวลาลิสต์รายชื่อแขกจึงต้องยึดแขกของผู้ใหญ่เป็นอันดับ แรก

2. สถานที่จัดงานใกล้-ไกลมีผลทั้งนั้น
ควรเลือกแต่งงานหน้าโลว์ซีซั่น คือตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนตุลาคม เพราะราคาจะถูกกว่ากันเยอะ แต่ถ้านับเงินในกระเป๋าแล้วเหลือน้อยเกินไปที่จะเลือกจัดงานแต่งงานในโรงแรม แนะนำให้เลือกจัดงานที่สโมสรหรือร้านอาหารจะช่วยประหยัดได้อีกโข อย่างเช่นที่นันทอุทยานทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ถนนอิสรภาพ เขตบางกอกน้อย เป็นอาคารขนาดใหญ่ มีที่จอดรถกว้างขวาง รับจัดเลี้ยงงานแต่งงานแบบบุฟเฟ่ต์และโต๊ะจีน รับคนได้ตั้งแต่ 500-600 คนขึ้นไป แบบโต๊ะจีน รองรับได้ตั้งแต่ 20-60 โต๊ะ แต่ถ้าคุณมีคุณพ่อคุณแม่หรือญาติๆ เป็นรับราชการทหารจะได้สิทธิ์รับส่วนลดพิเศษอีก ช่วยเซฟเงินได้อีกเยอะ หรือจะจัดงานแต่งงานในร้านอาหารบรรยากาศดีๆ ก็เป็นอีกทางเลือกที่ไม่ควรมองข้าม และถ้าคุณมีแขกน้อยแค่ 50-80 คนเลือกจัดงานในร้านอาหารรับรองคุ้มสุดๆ
แค่นั้นยังประหยัดไม่พอ เพราะต้องเลือกโลเกชั่นให้เหมาะสมด้วยถึงจะถือว่าประหยัดได้สุดๆ เริ่มจากนำรายชื่อแขกที่คาดว่าจะเชิญมาพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่ าเป็นแขกของใคร อย่างเช่นเมื่อนับแล้วแขกส่วนใหญ่เป็นแขกที่ทำงานของคุณพ่อคุณแม่ก็ควรเลือก โรงแรมหรือหาสถานที่จัดงานใกล้ๆ ที่ทำงานของท่าน ทั้งนี้เพื่อเอาใจให้แขกส่วนใหญ่เดินทางมาร่วมงานได้สะดวก

3. เลือกเชิญแขกคุณภาพ
การลิสต์รายชื่อแขกเป็นเรื่องสำคัญ อย่าคิดว่าเชิญมากแล้วจะได้หน้าว่ากว้างขวางรู้จักคนเยอะ และหวังเก็บซองได้มาก ให้คิดว่าเชิญแขกมากเท่าไหร่ ค่าอาหารก็ต้องเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว และถ้าคุณจัดงานแบบโต๊ะจีนยิ่งต้องเลือกเชิญแขกให้มากเป็นพิเศษ เพราะถ้าได้แขกประเภทแจกซองเดียวมาหมดบ้าน 7 คน แต่ช่วยใส่ซอง 300 บาท มีหวังต้องจัดโต๊ะเสริมให้แขกท่านอื่นๆที่มาทีหลัง แทนที่จะได้เก็บซองช่วยงานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย กลับต้องมานั่งดีดลูกคิดจ่ายเงินเพิ่มแบบไม่ได้วางแผนไว้แน่ๆ การเลือกเชิญแขกถึงแม้จะดูเป็นการเลือกปฎิบัติ แต่ก็ควรทำ เพราะไม่อย่างนั้นจะกระเทือนถึงเงินในกระเป๋าของเราได้

4. การ์ดเชิญและของชำร่วยแบบ DIY
ถ้าคุณรู้ล่วงหน้า และมีเวลาเตรียมงานแต่งงานนาน แนะนำให้ทำการ์ดเชิญและของชำร่วยแบบ DIY แทนการซื้อสำเร็จรูปจากร้าน เพราะของสำเร็จรูปที่วางขายตามร้านมักบวกค่าออกแบบ ค่าการตลาด และค่าเช่าร้านไว้ในของแล้ว ราคาจึงแพงกว่าของที่ทำเองมาก ของชำร่วยแบบทำเองช่วยให้คุณประหยัดได้ก็จริง แต่ก็ขึ้นกับองค์ประกอบของความต้องการด้วย อย่างเช่นบางคนต้องการของดี หรูหรา ราคาก็ต้องแพงเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าคุณต้องการของชำร่วยแบบเรียบง่าย เพื่อมอบเป็นของระลึกแทนคำขอบคุณที่มาร่วมงาน จะช่วยประหยัดเงินได้อีกมาก

อย่างเช่นถ้าคุณแต่งงานช่วงหน้าหนาว มอบผ้าพันคอผืนเล็กๆเป็นของชำร่วยเหมาะที่สุด วิธีการคือซื้อผ้าป่านที่สำเพ็ง นำมาตัดเป็นเส้นเล็กๆขนาดฝ่ามือ ผ้า 1 เมตร ควรตัดเป็นเส้นได้ 5 เส้น ไม่ต้องเย็บเก็บชายผ้าให้ยุ่งยาก ปล่อยชายผ้าให้ลุ่ยตามธรรมชาติ หาลายน่ารักๆ ให้ร้านเพ้นต์เสื้อขึ้นบล็อกสกรีนให้ แล้วเพ้นต์ลายที่ปลายผ้าทั้ง 2 ข้าง เมื่อเสร็จนำมาม้วนให้เป็นก้อนกลม ซื้อโบแบบม้วนเส้นเล็กๆจากสำเพ็งมาผูกโบให้สวย เท่านี้คุณก็จะได้ของชำร่วยน่ารักไม่ซ้ำใครในราคาเบาๆกระเป๋าแล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก WE / centerwedding.com